One Night Stand

   

Kurumi+Rean

   

 

ณ สภาเจได
อ. โยดารอคอยโอบีวันและอนาคินอยู่ วินดูทำหน้าครุ่นคิด ขณะที่เขาทำท่าจะพูดอะไรออกมานั่นเองโอบีวันและอนาคินก็เดินเข้ามาพอดี
"พวกข้ามาแล้วท่านอาจารย์โยดา"
"มีสิ่งใดหรือถึงได้เรียกมา"
"การฝึกไปถึงไหนแล้วโอบีวัน"
"เป็นไปตามขั้นตอนที่ข้าได้คาดไว้ขอรับ" โยดาจึงตอบว่า
"อืม ดีมากโอบีวัน อนาคิน ที่พวกเจ้าถูกเรียกมาในวันนี้นั้นเพราะทางสภาได้ตัดสินใจที่จะมอบหมายงานให้พวกเจ้าทำชิ้นหนึ่ง พรุ่งนี้พวกเจ้าจงเดินทางไปยังดาวนาบูเพื่อคุ้มครองท่านวุฒิหญิงอมิลดาล่า เพราะทางเราได้ทราบมาว่ามีผู้ประสงค์ชีวิตนาง เนื่องจากนางเพราะนางคัดค้าน เซ็นสัญญาสงบศึกกับทางสมาพันธ์การค้าที่ wgd17 เห็นว่าสัญญานี้ยังไม่ลงตัวและอาจก่อให้เกิดสงครามขึ้นได้อีกภายหลังและนางยืนยันให้มีการทำสัญญาใหม่"
เมื่ออนาคินได้ยินชื่อของอมิลดาลาแววตาของเขาก็ฉายแววยินดีขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาของโยดาและโอบีวันไปได้ และในขณะเดียวกัน แววตาของโอบีวันก็ขุ่นมัวเมื่อสังเกตเห็นปฎิกิริยาของพาดาวันของเขา ส่วนโยดาเองนั้นรู้สึกหนักใจในตัวของโอบีวัน เพราะโยดาก็รู้ดีว่าถึงแม้โอบีวันจะเป็นเจไดผู้แข็งแกร่งแล้วก็ตาม แต่ในลึก ๆ ของจิตใจแล้วไม่ได้เข้มแข็งดังที่เห็น บางครั้งที่โยดามองเข้าไปในจิตใจของเจไดผู้นี้ เหมือนมีม่านหมอกบางอย่างขวางกั้นอยู่ถึงแม้มันจะไม่เป็นสิ่งที่สามารถดึงเขาสู่หนทางมืดได้ก็ตาม แต่ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเสียเลย
ส่วนอนาคินนั้น เขายังเด็กอยู่มาก ดังนั้นการที่จะหวั่นไหวก็เป็นธรรมดา แต่เขาเองก็ยังหนักใจในตัวพาดาวันของโอบีวันคนนี้อยู่อีกมากเพราะอนาคินนั้นเข้ารับการฝึกเป็นเจไดช้าไปนั่นเอง เขาก็ได้แต่หวังว่าโอบีวันจะฝึกให้อนาคินเดินทางที่ถูกต้องทีเถอะ
"รับทราบท่านอาจารย์โยดา ข้าและอนาคินจะเดินทางในเช้าของวันพรุ่งนี้ทันทีเพื่อปฎิบัติภารกิจที่ท่านมอบหมาย"
"พวกเจ้าก็ไปพักได้แล้ว ข้ามีธุระกับพวกเจ้าเท่านี้แหล่ะ"
"ครับท่านอาจารย์ ขอพลังจงสถิตย์กับท่าน"
"เช่นกัน"

++++++++++++++

คืนนั้นอนาคินนอนไม่หลับเขาฝันถึงเหตุการณ์ตอนที่พบกันเธอเป็นครั้งแรก แพดเม หรืออมิลดาล่า เขาจำได้ดีว่าคำพูดแรกที่เขาพูดกับเธอก็คือ
"คุณเป็นนางฟ้าหรือเปล่า" แล้วเธอก็หัวเราะ... รอยยิ้มนั้นติดตรึงใจเขานานจนถึงทุกวันนี้..
ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์รักเธอก็ตาม แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เสียแล้วเพราะใจเขาถูกเธอชิงไปโดยที่เธอเองก็คงไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำไป... เธอคงมองเขาเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่เผอิญมาได้ร่วมทางด้วยกันระยะสั้นๆ ที่ป่านนี้เธออาจลืมเลือนไปแล้วก็ได้ แต่บัดนี้ เขาเติบโตขึ้นแข็งแกร่งขึ้น เขาเป็นเจไดฝึกหัดแล้ว เธอจะมองเขาแตกต่างไปไหมนะ เขาหวังว่าอรุณรุ่งของวันพรุ่งนี้จะสดใสที่สุดในชีวิตหากเขาได้พบเธออีกครั้ง ความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเขาทั้งคืน

หากอีกด้านหนึ่งของโอบีวันผู้เป็นอาจารย์ ก็นอนไม่หลับเช่นเดียวกัน เขารู้สึกได้ดีถึงความกระวนกระวายของพาดาวันที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีกำแพงกางกันไว้ระหว่างเขาทั้งสองคน แต่ความผูกพันห่วงหาอาทรที่เขามีต่อพาดาวันที่อ่อนวัยกว่าของเขานั้นมากล้นจนเกินกว่าจะระงับได้ในบางครั้งจนเขาเองก็เป็นกังวลว่าเขาอาจเผลอแสดงอะไรออกมาให้ใครจับได้สักวันหนึ่ง

ค่ำคืนผ่านพ้น..อรุณรุ่งก็มาถึง

อนาคินตื่นแต่เช้า เขาพยายามที่จะยิ้มต่อหน้ากระจกจนโอบีวันผู้เป็นอาจารย์ส่งเสียงเรียก เขาอยากจะให้วันนี้เขาดูดีเป็นพิเศษสำหรับคนพิเศษที่เขากำลังจะได้พบในอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะถึงนี้ "อนาคิน..เจ้าจะยิ้มกับกระจกไปอีกนานมั้ย"
"ก็..ข้าเพียงอยากทำตัวให้ดูดีที่สุดต่อหน้านางเท่านั้น" คำพูดของอนาคินนั้นเสียดแทงลึก
เข้าไปในจิตใจของโอบีวันผู้เป็นอาจารย์..โดยไม่รู้ตัว
"เจ้าก็ดูดีที่สุดแล้วพาดาวันน้อยของข้า"
"สำภาระของเจ้านั้นข้าจัดเรียบร้อยแล้ .อีกเดี๋ยวท่านอาจาย์โยดาคงมาเรียกเจ้าไปพูดอะไรซักหน่อยแหล่ะ"
"ครับ ท่านอาจารย์"

"อนาคินเอ๋ย" เสียงของท่านโยดาดังขึ้นจากด้านหลังของเขา
"ครับท่านอาจารย์โยดา"
"เจ้าจงจำไว้ให้ดีนะว่า เจไดนั้นจะต้องทำใจให้เข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจด้านมืดของตนเองและทุกสิ่งเจไดมีหน้าที่พิทักษ์รักษาผู้คนอีกทั้ง..เจ้าจะต้องใจเย็น และเชื่อฟังสิ่งที่โอบีวันอาจารย์ของเจ้าสอน นี่เป็นภารกิจแรกของเจ้าในฐานะเจไดฝึกหัด ข้าอยากให้เจ้าทำให้ดีสมกับที่ข้าและท่านวินดูเลือกเจ้าเป็นผู้ปฎิบัติภารกิจนี้..ข้าหวังว่าเจ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวัง..จงจำไว้อย่าได้ทำสิ่งที่เกินตัว ข้ารู้ว่าเจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่นั่นแหล่ะการที่เจ้าหยิ่งทะนงในตัวของตัวเอง ดื้อรั้น บางทีผลร้ายอาจนำมา..ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับเจ้าอนาคิน..พาดาวันน้อย"
จากนั้นโอบีวันก็เข้ามาลาเป็นคนต่อไป โยดาไม่พูดอะไรมากนัก เขาแค่อวยพรให้ทั้งคู่เดินทางโดยปลอดภัย และทำหน้าที่ให้สำเร็จด้วยความระมัดระวัง จากนั้น ทั้งคู่ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปดาวนาบูทันที

เมื่อยานจอดลง..ทุกอย่างก็เหมือนดังเช่นทุกเมืองที่มีการจราจรที่เนืองแน่นยานลำต่าง ๆ บินฉวัดเฉวียนเต็มท้องฟ้า..โอบีวันดับเครื่องยานและก้าวลงจากยานพร้อม ๆ กับศิษย์ของเขาที่ดูจะตื่นเต้น..มากกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะว่าเขาจะได้ออกมาปฎิบัติภารกิจที่ได้มอบหมายแต่นั่นหมายถึงการได้พบใครบางคนที่มีอิทธิพลครอบงำหัวใจ โอบีวันได้แต่ยิ้มน้อย ๆ และทำเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดซักนิดที่พาดาวันของเขา..รู้สึกตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ เพียงจะได้พบนาง
"อนาคิน..เจ้าไม่ต้องทำตัวว่าตื่นเต้นมากหรอกนะ.."
"แต่ว่า ข้าไม่ได้พบนางนานถึงสิบปีแล้วนะท่านอาจารย์"
"นางก็คงยินดีที่จะได้พบเจ้าเหมือนกันนั่นแหล่ะ ใช่มั้ย R2" เสียงจักรกลตอบกลับฟังรื่นหูทำให้ศิษย์อาจารย์หัวเราะ..ทั้งที่ใจยังหวั่น


ที่วังหลวง
ที่ปรึกษากรมวังนำพวกเขาทั้งสองคนเข้าเฝ้าราชินีเพื่อรายงานตัวราชินีทรงพระราชทานการต้อนรับอย่างยินดี และขอให้ทั้งสองช่วยคุ้มครองอมิลดาล่าอย่างเต็มความสามารถ นางให้คนนำพวกเขาไปพบอมิลดาล่าที่บ้านพักของเธอกลางทะเลสาป
ที่นั่น.. อนาคินหัวใจเกือบหยุดเต้น เมื่อไปถึงก็พบว่าเธอกำลังอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งเธอดูมีความสุขมาก เธอหัวเราะ หยอกล้อ เล่นหัวด้วย เขาไม่เคยเห็นเธอหัวเราะสดชื่นขนาดนั้นมาก่อนเลย โอบีวันเห็นอาการของเขาก็ร้อนใจ
"อนาคินระวังสีหน้าเจ้าหน่อยสิ เดี๋ยวใครเห็นเข้าหรอก" เขาเตือน
"ข้าไม่สน..ท่านอาจารย์.." ขณะเดียวกันนั้นเอง แพดเม่ก็หันมายังผู้มาเยือนทั้งสอง เธอยิ้มให้อย่างยินดีที่ได้พบ
"ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้ง..ท่านโอบีวัน และท่าน..."
"ข้าอนาคิน สกายวอคเกอร์"
"แอนี่..เจ้านั่นเองเจ้าดูโตขึ้นมากทีเดียว"
"ส่วนท่านก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อยท่านยังงาม..งามสมกับเป็นท่านวุฒิหญิง"
สายตาที่อนาคินจ้องมองแพดเม่นั้นไม่ได้ปกปิดความรู้สึกไว้เลย..ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นทำให้อมิดาลารู้สึกรุ่มร้อน.. โอบีวันได้แต่ยิ้มโดยไม่ปริปากอะไรขึ้นมาขัด
"ขอโทษนะ..ท่านทั้งสองคงมาเหนื่อย ๆ ข้าให้คนจัดห้องให้พวกท่านแล้ว ไปพักเถอะ ข้าจะออกไปเดินเล่นกับ ***(ชายคนนั้นนึกชื่อไม่ออก) ไม่มีอันตรายใด ๆ หรอก เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดข้าเอง พักตามสบายข้าขอตัว"

ลับหลังอมิดาลาแล้ว..
"ท่านอาจารย์ข้ารู้สึกได้ว่า นางไม่ยินดีเลย ที่ได้พบข้าและทำเหมือนกับว่าข้ายังเป็นเด็ก เหมือนเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิด"
"เจ้าคิดมากไปแล้ว อนาคิน..ข้าไม่มีสิทธิ์ห้ามให้เจ้ารักนาง แต่ข้ามีสิทธิ์สอนเจ้า..เจไดมีความรักไม่ได้เจ้าจำไว้" คำพูดที่พูดออกไปเหมือนเฉือดเฉือนหัวใจตัวเอง!!! เขารู้ดี รู้ทุกอย่างแต่ก็ห้ามความรู้สึกไม่ได้..ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีวันได้ครอบครองก็ตาม
อนาคินมองตามร่างงดงามของนางไปจนลับสายตาโดยที่โอบีวันก็ไม่ห้ามปรามเลยแม้แต่น้อยนางให้คนจัดห้องของทั้งคู่ไว้ใกล้ห้องของนางโดยมีห้องของอนาคินอยู่ติดด้านซ้ายและห้องของชายปริศนาอยู่ด้านขวา ห้องของโอบีวันอยู่ถัดไปจากห้องของอนาคินนั่นเอง อนาคินนั้นเมื่อรู้ว่าชายคนนั้นอยู่ห้องอีกด้านของเธอก็ไม่พอใจมาก จนต้องออกไปฝึกดาบเพื่อระงับความโกรธ ไม่พอใจเหล่านั้น
เขาฟันดาบให้แรงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวที่มีโอบีวันเฝ้ามองการกระทำของพาดาวันที่แสนรักของเขาอย่างเป็นห่วงและปวดร้าวยิ่งนัก
'อนาคินเอ๋ย นี่ข้าควรทำเช่นไรดีนะ ข้าคงไม่อาจแทนที่นางในใจเจ้าได้เลยสินะ ไม่ว่าข้าจะเฝ้าห่วงหาอาทรเจ้าสักเท่าใดเจ้าก็คงไม่เหลียวแลข้าอยู่ดี' เขาเพียรเก็บความเศร้าหมองไว้ในใจเพียงลำพัง ในใจอนาคินนั้นเต็มไปด้วยความหม่นหมอง เสียใจ น้อยใจนางในฝันยิ่งนักทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงจิตของผู้เป็นอาจารย์ได้(จึงโง่ต่อไป)
"อนาคิน..ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเสียใจ"
"ข้าไม่ได้เสียใจซักนิดท่านอาจารย์ เพียงแต่ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นช่างโง่เหลือแสน.."
"ข้าเข้าใจเจ้าดีอนาคิน พาดาวันน้อยของข้า.."
"ท่านจะมาเข้าใจอะไรข้า..ท่านได้แต่พูด ได้แต่สอนข้า และให้ข้ารำลึกได้ว่าความรู้สึกที่ข้ามีให้นางนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม..สำหรับเจได" อนาคินตัดพ้อ สีหน้าเศร้าสร้อย..
'ข้าเข้าใจสิ ทำไมข้าจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเจ้า เพราะในขณะเดียวกันนี้ข้าก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดของคำว่าความรัก'
"อนาคิน เจ้าเจ็บปวด ข้ารู้ ข้าเข้าใจ แต่เจ้าต้องไม่ลืมว่านางเป็นใคร นางคือวุฒิสมาชิกหญิง และเจ้าในตอนนี้ก็มีหน้าที่ปกป้องนางถ้าเจ้ายังคงจัดการกับความรู้สึกของเจ้าไม่ได้ล่ะก็ เจ้าจะปกป้องนางได้อย่างไร นางคือหน้าที่เจ้าและข้า นางกำลังมีอันตรายนะ เจ้าอย่าลืมสิถ้าเจ้ามัวแต่ปล่อยให้ใจเจ้าขุ่นมัวแบบนี้ นางจะปลอดภัยหรือ"คำเตือนของโอบีวันได้ผล พาดาวันของเขาหยุดคิด
'ใช่ ท่านอาจารย์พูดถูก นางอาจมีอันตรายได้ ถ้าข้ามัวแต่..'
"ถ้าเช่นนั้นแล้วข้าควรจะทำอย่างไรดีเพื่อให้ลืมนาง"
"ข้าก็ไม่สามารถสอนเจ้าได้ ในเรื่องนี้เพราะมันนอกเหนือหน้าที่ของข้า"
"สิ่งที่ข้าสามารถบอกเจ้าได้มีเพียงสิ่งเดียว จงจดจำไว้เจ้าจะเป็นเจไดผู้มีพลังอันยิ่งใหญ่ อย่าให้ความรู้สึกใด ๆ เป็นบ่วงที่จะนำพาเจ้าออกไป"
"แต่ข้าไม่อาจลืมนางได้ ท่านเองก็ทราบว่าตลอด10ปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนที่ข้าไม่คิดถึงนาง นางลอยวนเวียนอยู่ในใจข้าอยู่ตลอดเวลา" อนาคินกล่าว
'ข้ารู้ก็คงเหมือนกับที่ไม่มีวันไหนที่เจ้าไม่ได้อยู่ในใจของข้า' โอบีวันนิ่ง..แล้วก็ได้แต่ยิ้ม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา อนาคินมองลึกเข้าไปในดวงตาของผู้ที่เขาเรียกว่าอาจารย์เหมือนกับเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอ่อนโยนและอบอุ่น เฉกเช่นที่เขาได้สัมผัสเสมอมา เขาพยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปหาโอบีวันช้าๆ แล้วชวนกันเข้าไปในตัวตึก

ตกดึกคืนนั้น
โอบีวันและอนาคินผลัดกันเข้าเวรเฝ้าอมิลดาล่า อนาคินเข้าเวรก่อน เมื่อโอบีวันมาเปลี่ยนเวรและไล่ให้เขาไปนอนพักเสียอนาคินกลับนอนไม่หลับ
'ทำไมนะ ทำไมข้าถึงไม่อาจข่มตานอนลงไปได้ ภาพของนาง และเขาคอยวนเวียนหลอกหลอนข้าอยู่ตลอดเวลา ทำไมกัน' จวบจนรุ่งเช้าเขาก็ไม่อาจข่มตาให้หลับลงไปได้

"อรุณสวัสดิ์..ท่านทั้งสอง" แพดเม่กล่าวขณะที่พวกเขารวมทั้งชายแปลกหน้าผู้นั้นร่วมโต๊ะทานอาหารเช้า
"เมื่อคืนหลับสบายดีไหม..ท่านวุฒิหญิง" โอบีวันทักโดยไม่สบสายตาเขากำลังง่วนกับอาหารเช้า
"แน่นอน..เพราะมีพวกท่านทั้งสองคอยคุ้มครองข้าอยู่ ทำให้ข้ารู้สึกอุ่นใจเป็นอย่างมาก แล้วพวกท่านล่ะ"
"ข้านอนไม่หลับ.." อนาคินกล่าวพลางทอดสายตาเสน่ห์หามองแพดเม่ โอบีวันจ้องมองสองคนนั้น เหมือนกับภาพวาดที่สวยงาม ดูเหมือนหากว่าท่านวุฒิหญิงเอนเอียงใจให้อนาคินสักนิด เขาคงขมขื่นเหมือนตายทั้งเป็น
"อะ..ฮึ่มมมม..ขอโทษนะท่านอนาคิน ทำไมท่านถึงนอนไม่หลับ หรือว่าทางบ่าวของเราให้ความสะดวกแก่ท่านไม่เพียงพอ" ชายปริศนาผู้นั้นพูดขึ้นมาขัดจังหวะ อนาคินได้แต่ยิ้ม แต่สายตาของเขาอ่านได้ว่าเกลียดชังชายผู้นี้ยิ่งนัก..
"ข้านอนไม่หลับ เพราะเป็นกังวลกลัวว่าท่านวุฒิหญิงจะเป็นอันตราย..ข้ามีหน้าที่ต้องคุ้ม
ครองนาง ข้าเป็นกังวลว่าข้าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่ดีพอ" โอบีวันเห็นท่าเรื่องราวจะไปกันใหญ่จึงเข้าห้ามทัพ
"เอ่อ ท่านวุฒิหญิง ท่านผู้นี้คือ....."
"โอ้! อภัยให้ข้าด้วย ข้านี่ช่างแย่จริงๆ นี่คือวุฒิสมาชิกพาวาโร" นางแนะนำเพื่อนชายของนางให้รู้จักกันเจไดทั้งสอง ทั้งสามก้มศีรษะทักทายกันอย่างมีมารยาท แต่ท่าทางของอนาคินนั้นดูข่างยโสนัก จนพาวาโรรู้สึกอยากแกล้งขึ้นมา
เมื่อเขาเห็นท่าทางที่อนาคินแสดงต่อแพดเม่แล้วก็วางแผนแกล้งทันที เขาทำตัวและพูดจาให้ความสนิทสนมกับแพดเม่ตลอดเวลาของการรับประทานอาหารเช้า แพดเม่นั้นดูร่าเริงและสดใสอย่างเห็นได้ชัด ทำให้อนาคินรู้สึกหงุดหงิดแต่เขาก็จำสิ่งที่อาจารย์สอนคือการควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่งดังผู้สมควรเป็นเจได สิ่งที่อนาคินทำตลอดการรับประทานอาหารคือการก้มหน้าก้มตาทานเท่านั้น เช่นเดียวกันกับโอบีวัน จวบจนกระทั่งทั้งสี่อิ่ม..
"วันนี้ข้าจะออกไปฝึกขี่ม้ากับพาวาโร..พวกท่านจะไปกับข้าไหม"
"ไม่ไป" อนาคินตอบทันทีโดยไม่ได้คิด..ฉับพลันนั้นแววตาเจ้าเล่ห์ของพาวาโรก็ทำให้อนาคินรู้สึกหงุดหงิด
"ขออภัยท่านหญิง..พาดาวันของข้าคงลืมตัวไปว่ามาคุ้มครองท่าน มิใช่ไปเที่ยว..เราทั้งคู่ตอบตกลงจะไป"
"ถ้างั้นข้าจะให้คนเตรียมม้าเผื่อท่านทั้งสองด้วยนะ" นางบอกอย่างเอื้ออารี

เย็นวันนั้นหลังจากที่ทุกคนกลับมาจากการขี่ม้า อนาคินยิ่งอารมณ์ขุ่นมัวเข้าไปอีก เพราะแพดเม่มีพาวาโรคอยอี๋อ๋ออยู่ด้วยตลอดเวลาไม่มีโอกาสให้เขาเข้าใกล้นางในฝันของเขาเลย โอบีวันจ้องมองอากัปกิริยาที่อนาคินแสดงออกอยู่ตลอดเวลา เขารู้สึกได้ถึงความรักของอนาคินที่มีต่อแพดเม่ไม่ใช่เขา เขาได้แต่ซึมเศร้า และไม่พูดอะไรเหมือนเคย เขานั่งอยู่ในห้อง และหวนนึกไปถึงวันที่เขาเริ่มแน่ใจว่าเขามีชีวิตอยู่เพื่อคน ๆ นี้ เขานั่งอยุ่อย่างนั้นนานทีเดียว จนกระทั่งอนาคินเดินเข้ามา
"ท่านอาจารย์" ครั้งแรกที่อนาคินเรียกชื่อเขาอย่างอ่อนโยน เขาหันมองไปยังเจ้าของดวงตาสีฟ้า แล้วก็ยิ้มแต่เป็นยิ้มที่เศร้าสร้อย
"มีอะไรรึ พาดาวันของข้า"
"ท่านเป็นอะไรไปหรือ มีอะไรรบกวนใจท่าน บอกข้าได้ไหม ใยจิตท่านจึงเศร้าสร้อยเช่นนี้" โอบีวันเงยหน้าขึ้นมองอนาคินอย่างตกใจ เขาไม่นึกว่าพาดาวันน้อยของเขาจะสังเกตเห็นด้วย
"เจ้า!"
"ไยท่านจึงคิดว่าข้าจะไม่เข้าใจท่านถึงปานนั้นเล่าท่านอาจารย์" โอบีวันพูดไม่ออก
"ข้าเข้าใจความคิดของท่าน ข้าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้นที่ท่านมีต่อข้า ท่านปิดมันไม่มิดหรอกท่านอาจารย์"
"ข้ารู้ ข้าเข้าใจ เพราะข้าเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับท่าน" เขาเผยความในใจออกมาให้อาจารย์ได้รับรู้โอบีวันแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยที่อนาคินเอ่ยความรู้สึกของเขาออกมา
"เจ้า... เจ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่าน่ะ นี่เจ้าดื่มหรือเปล่านี่"
"ท่านมองตาข้าสิ แล้วท่านคิดว่าข้าจะพูดล้อเล่นกับท่านหรือไง" ดวงตาฟ้าใสคู่นั้นจ้องมองลึกจนโอบีวันรู้สึกอึดอัด
"เจ้า..รู้"
"ใช่! ข้ารู้เพียงแต่ข้าไม่พูด ข้าสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของความรักที่ท่านมีให้ข้า เพียงแต่ข้าแสร้งทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็น ข้าแค่อยากลองใจท่านเล่น" ดวงตาคมคู่นั้นเป็นประกายวาววับ
"แล้วกับท่านวุฒิหญิงอมิดาลา.."
"ข้าก็รักนางเช่นเดียวกับที่ข้ารักท่าน เพียงแต่นางไม่มองข้าแม้แต่น้อย ในสายตาของนางข้าเป็นเพียงเด็กน้อยเช่นเดียวกับเมื่อ 10 ปีก่อน"
"ดังนั้นเจ้าจึงเห็นข้าเป็นตัวแทนของนางหรือ ข้าเป็นตัวสำรอง"
"ข้า..ข้าเพียงแต่.."
"เจ้าหยุดเถอะ..หยุดพูด..หยุดทุกอย่างรวมทั้งความรู้สึกของเจ้าและของข้า..มันผิดทุกอย่างนั่นล่ะ"
"ท่านทำได้หรือท่านอาจารย์..เราจะทำได้หรือ หากหยุดสิ่งที่ใจเพรียกหา"
"ข้าทำได้..เพราะข้าเป็นเจได ข้ามีหน้าที่และข้ารู้ดีถึงกฎข้อนั้น ๆ" ดวงตาโอบีวันเศร้า เขาพูดทั้งที่ก้มหน้าอยู่..
"ข้าทำไม่ได้..ท่านอาจารย์ที่รักของข้า..ท่านจะหยุดทุกอย่างเมื่อรู้ว่าข้ารักท่านนั้นหรือ..ข้าต้องการท่านนะ" อนาคินกอดผู้เป็นอาจารย์พลางหอมแก้มนิ่มนั่นอย่างบรรจง โอบีวันตกใจในการกระทำของพาดาวันน้อยที่เขามีใจให้ เพราะคิดแค่ว่ารักอยากได้มาครอบครองแต่ไม่เคยคิดถึงการครอบครองในลักษณาการแบบนี้เลย แม้แต่เพียงนิดก็ไม่
"เดี๋ยว..อนาคินเจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" โอบีวันเหงื่อตกขณะถูกพาดาวันที่รักของเขาจับกดอยู่บนเตียง
"ไม่หรอกท่านอาจารย์ที่รักของข้า ข้าเข้าใจทุกอย่างถูกต้องดี รักของข้าคือการได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของคนที่ข้ารัก ทั้งหัวใจ ความคิด ชีวิต ทุกอนูของท่านต้องเป็นของข้า"
อนาคินกระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างหูของผู้เป็นอาจารย์และที่รักของเขา ก่อนที่จะบรรจงจูบใบหูได้รูปสวย นั้นเบาๆแล้วขบกัดมัน ย้ำลงไปให้อาจารย์ผู้อินโนเซ้นท์สุดๆของเขาได้รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
"อนาคิน..ข้าว่า..มันชักจะ"
"ชักจะอะไรหรือท่านอาจารย์"
"ข้าไม่ได้คิดว่าเจ้ากับข้าจะ...." ประโยคที่พูดไม่จบนั้นแต่มีความหมายเป็นนัยที่ต่างคนต่างรู้กันอยู่ แทบทำให้โอบีวันอาจารย์ผู้แสนซื่อหน้าแดงไปถึงใบหู
"ข้าบอกท่านแล้วไงว่า ความรักของข้าคือการได้ครอบครอง"
"แต่ความรักของข้าคือ....."
"คืออะไรหรือท่านอาจารย์" เขาพูดแค่นั้นและเริ่มบรรเลงฉากรักต่อไป..เขาเริ่มสอดมือเข้าไปในเสื้อของอาจารย์เพื่อปลดสิ่งที่รัดรึงร่างตรงหน้าไว้ เพื่อเผยผิวเรียบสวยแก่สายตาตนเอง ก่อนจะลูบโลมไปทั่วทั้งอกกว้างและโน้มตัวลงมามาจุมพิศซอกคอนุ่มและแลเลยมายังแผ่นอก เรียบ โอบีวันสะดุ้งสุดตัวในใจคิดว่า
'โอ้ไม่ ไม่นะ ข้าทำไม่ได้ ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องแบบนี้เลย ให้ตายสิ พระเจ้าช่วย'
"ไม่นะ อนาคินหยุด หยุดนะ ไม่เจ้าต้องหยุดนะ ไม่งั้นข้าจะเกลียดเจ้า" อนาคินชะงักกึก
เขาทำหน้าเศร้าสลดแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ว่า
"ท่านไม่รักข้าเลยหรือท่านอาจารย์" น้ำเสียงกับดวงตาเศร้า ๆ คู่นั้นทำให้โอบีวันอ่อนใจ
เขาพูดไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกันแน่ยามที่พาดาวันของเขาจ้องมองแบบนี้
"ก็ข้า.. ข้าไม่รู้ ไม่รู้สิ เพราะข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลยซักนิด นี่เป็นความสัตย์จริง"
"ท่านไม่เคยแม้แต่อยากให้ข้ารักท่านงั้นเหรอ" เขาถามอีก
"ไม่นะ ข้าหวังว่าเจ้าจะหันมามองข้า แต่เจ้าก็มองหาแต่นางมาโดยตลอด"
"ใช่ข้ามองหานางมาตลอด แต่ท่านเองจะปฏิเสธหรือว่าท่านเองก็มิได้คอยช่วยเหลือนาง ห่วงหาอาทรนางเช่นกัน"
โอบีวันอึ้ง เขาทบทวนความรู้สึกในใจของเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะตอบว่า "ไม่เหมือนกันนะอนาคินของข้า"
อนาคินนั่งโอบโอบีวันไว้หลวมๆคอยฟังคำอธิบายของเขา
"ข้าพบนางเมื่อข้ายังเป็นพาดาวันเช่นเจ้านี่แหละ ไม่นานก่อนข้าจะได้พบเจ้า นางยังเด็กแต่รัศมีความเป็นผู้นำของนางก็ฉายชัด หรือเจ้าจะปฏิเสธ
แต่ความรู้สึกที่ข้ามีต่อนางนั้นแตกต่างไปจากเจ้า ข้ามองนางอย่างเคารพ เคารพในความคิดที่ต่อต้านสงคราม ใฝ่หาสันติภาพ นางสู้ทั้งๆที่นางเป็นเพียงหญิง
ความรู้สึกของนางเป็นความรู้สึกด้านสว่างที่ไม่มีด้านมืดเจือปนอยู่เลย เมื่ออยู่รอบๆนางแล้วจึงสบายใจยิ่งนัก
ส่วนเจ้า เจ้ามองนางอย่างต้องการทั้งหมด ไม่ใช่แค่เคารพ เอ็นดูเแฉกเช่นข้า
ข้ามองนางแบบน้องสาว แบบเท่าเทียมกัน
แต่เจ้าล่ะ ฉันท์ชู้สาว มองอย่างรักใคร่ หวงแหนต้องการไขว่คว้า มันต่างกันนะ อนาคิน พาดาวันน้อยของข้า"

"ข้า..ขอโทษที่พูดออกไปแบบนั้น ข้าไม่ทันได้คิด"
"ไม่เป็นไร ข้ารู้เจ้ายังเด็ก.." โอบีวันมองคนรักที่อ่อนกว่าของเขาด้วยสายตาที่บอกถึงความรัก
บรรยากาศในห้องเงียบ..เหมือนกับเป็นใจให้บางสิ่งเกิดขึ้น
"ข้า..รักท่าน ท่านอาจารย์" อนาคินไม่พูดพร่ำฟังเพลงเตรียมจับกดลูกเดียว เขาป้อคำหวานใส่ เขารุกโดยไม่ฟังเสียงใดๆทันที
โอบีวันเองก็มัวแต่ตกใจจนลืมปัดป้องตัวเองทำให้อนาคินฉวยโอกาสนี้รุกไล่จนเขาตั้งตัวไม่ติด เป็นผลทำให้ถูกพาดาวันน้อยโฉบชิงจูบแรกไปได้ แล้วปลดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่จนสิ้น เหลือแต่ร่างเปลือยอวดผิวเนียนสวยแก่สายตาพาดาวัน
ใบหน้าโอบีวันแดงซ่านด้วยความอาย

อนาคินไม่รั้งรอ เขาคิดว่า'ขืนรอเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ซวยน่ะสิ'
เขาเร่งมือส่งโอบีวันสู่ความสุขที่รออยู่
โอบีวันไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนในชีวิต
เขากอดอนาคินไว้แน่น
คืนนั้นหากมีใครผ่านหน้าห้องของโอบีวัน คงจะได้ยินเสียงครวญครางของคนทั้งสองที่ดังแผ่วหวานอยู่ทั้งคืน

จวบจนรุ่งเช้า เสียงของทั้งคู่จึงเงียบลงไป
ทั่วทั้งห้องกรุ่นไปด้วยไอรัก
"ท่านรักข้าไหม..ท่านอาจารย์" อนาคินกอดร่างข้างกายไว้แน่นพลางซุกจมูกซน ๆ ไซร้ต้นคอ
"ไม่เอาน่า..ข้าจั๊กกะจี๋" โอบีวันเขินอาย
"ท่านรักข้าไหม..ท่านอาจารย์" อนาคินกอดร่างข้างกายไว้แน่นพลางซุกจมูกซน ๆ ไซร้ต้นคอระหงนั่น
"ข้ารักเจ้า" เสียงพูดนั้นเบาราวกับกระซิบ ใบหน้านั้นแดงถึงใบหู
"อะไรน้า..ท่านพูดอะไร ข้าไม่เห็นได้ยินเลย พูดใหม่ซิ.."
"เจ้า...อนาคินเจ้านี่มัน"
โอบีวันอึ้งไม่คิดว่าจะโดนมุขนี้..พาดาวันตัวร้ายเขาทำลอยหน้าลอยตา แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนั้นมีหรือจะไม่ได้ยิน
"ข้าจะพูดให้เจ้าฟังอีกครั้งเดียวนะ"
โอบีวันกล้ำกลืนน้ำลายลง เขาสูดหายใจลึก ๆ หัวใจเต้นแรง..เหมือนกับจะทะลุออกมายังไงยังงั้นแหล่ะ
"ข้ารักเจ้า..อนาคิน สกายวอลเกอร์"

   
Contavt me, HERE